ชีวิตที่เปลี่ยนแปลง

ชีวิตที่เปลี่ยนแปลง

สวัสดีคะฉันชื่อออน ฉันเติบโตมาในหมู่บ้านเล็กๆ ในครอบครัวฉันมีพี่น้องทั้งหมด 4 คน และฉันเป็นคนที่ 3 ครอบครัวมีอาชีพทำไร่ทำนามีฐานะอยากจน ฉันเรียนหนังสือฉันจบแค่ ป.6 หลังจากนั้นตอนที่ฉันอายุ 14 ปีฉันตัดสินใจที่จะไปทำงานที่กรุงเทพ ฉันได้ทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาดบ้าน เงินที่ฉันหามาได้ฉันส่งเงินกลับบ้านให้กับครอบครัวตลอด หลังจากนั้นเมื่อฉันอายุประมาณ 22 ปี แม่ของฉันได้ล้มป่วยแม่ของฉันป่วยเป็นอัมพฤกษ์เดินไม่ได้ แต่อีกไม่กี่ปีต่อมาแม่ก็เสียชีวิต ฉันเสียใจมาก หลังจากที่แม่เสียชีวิตไปไม่นานความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับครอบครัวก็ยิ่งห่างเหินกันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับพ่อยิ่งเลวร้ายมาก พ่อได้แต่งงานใหม่หลังจากที่แม่เสียไม่นานนัก ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกว่าพ่อไม่รักแม่ไม่รักลูก มันทำให้ฉันนั้นโกรธพ่อมากและไม่คุย ไม่ติดต่อพ่อเป็นปี แต่เพื่อนก็เตือนสติฉันว่านั่นคือพ่อนะ ถ้าสิ่งไหนที่พ่อทำแล้วแกมีความสุขและไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายก็ควรปล่อยเขาทำ

ในช่วงนั้นฉันได้ทำงานโรงงานรายได้ก็ดีมาก แต่ฉันเริ่มที่จะเบื่องานโรงงานเพราะไม่ค่อยได้นอนและเหนื่อยมากๆ และฉันอยากเปลี่ยนงานเพื่อที่จะหาประสบการณ์ทำงานใหม่ๆ และเพื่อนฉันคนหนึ่งก็แนะนำให้ฉันไปทำความสะอาดบ้านที่เป็นครอบครัวชาวต่างชาติ และฉันก็คิดว่ามันอาจจะดีเพราะฉันจะได้เรียนพูดภาษาอังกฤษได้ด้วย ซึ่งในขณะนั้นดิฉันพูดภาษาอังกฤษไม่ได้และฟังไม่รู้เรื่องเลย ครอบครัวชาวต่างชาติที่ฉันทำงานด้วยก็คือ ครอบครัวคุณทอด์ดและคุณจูลี่ เพาเวอร์ส และเขาก็ยังเป็นเจ้านายของฉันในปัจจุบันนี้

ในช่วงแรกๆที่ฉันทำงานกับคุณทอด์ด มันก็มีหลายอย่างดิฉันสงสัยครอบครัวนี้ที่ฉันทำงานด้วยนั้นพวกเขาทำงานอะไรกัน มีอยู่วันหนึ่งเขาชวนฉันไปแจกของที่สลัมที่กรุงเทพฯ ฉันก็มีคำถามกับตัวเองว่าไปแจกของทำไม และมีใบปลิวเกี่ยวกับพระเจ้าและยังพูดถึงพระเจ้ารักคุณมากนะกับผู้คนที่ไม่รู้จัก ฉันกลับมาก็ส่งสัยได้แต่เก็บไว้ในใจ และมีน้องคนหนึ่งที่เป็นคนไทยได้มาอธิบายเรื่องของพระเจ้า พระเยซู ให้ฟัง แต่ก็ยังไม่เชื่อเพราะเราเกิดมานับถือพุทธมาตั้งแต่เกิด ก็ได้แต่ฟังไว้เฉยๆ

คุณทอด์ดได้ย้ายมาอยู่ที่เชียงใหม่และฉันก็ย้ายมาด้วยเหมือนกัน คุณทอด์ดก็ยังทำกิจกรรมแจกของอยู่เสมอ จนวันหนึ่งคุณทอดด์พาฉันไปโบสถ์ได้ฟังที่เขาร้องเพลง  เต้นกัน อธิษฐาน เทศนา ก็รู้สึกเกิดคำถามในใจว่าทำไมจะต้องร้องเพลง พระเจ้าที่เขานับถือหรือที่เขาเรียกว่านมัสการเป็นใครกัน? ดูเขาทำมีความสุขมากเลย แต่พอผ่านไปคุณทอด์ดก็ขอให้ฉันนั่งฟังเขากับเพื่อนคนไทยของเขาอีกคนที่ช่วยอธิบายได้ เพื่อที่จะแบ่งปันเรื่องราวของพระเจ้า พระเจ้าคือใคร พระเยซูคริสต์เป็นใคร ทำไมถูกตรึงไว้      บนไม้กางเขน พอฉันได้ฟังในสิ่งที่คุณทอด์ดเล่าให้ฟังก็ทำให้ฉันเข้าใจมากขึ้น หลังจากนั้นฉันก็ตัดสินใจต้อนรับพระเยซูคริสต์หรือเชื่อพระเจ้ามาเป็นพระช่วยให้รอดของฉัน และฉันได้ไปโบสถ์พระคุณเต็มล้น ไปฟังข่าวประเสริฐและทำให้ฉันเข้าใจพระเยซูคริสต์มากขึ้น และได้รู้พระเจ้าเป็นความจริง ฉันก็ได้รับการเปลี่ยนแปลง ทำให้เห็นถึงความรักของพระเจ้าและทำให้ฉันนั้นเข้าใจและรักผู้คนรอบข้างได้

โดยปกติแล้วครอบครัวของฉันจะไม่ค่อยแสดงความรักต่อกันและไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรารักกันหรือเปล่า แต่แล้วเมื่อฉันได้พบความรักจากพระเจ้า มันทำให้หัวใจของฉันเปลี่ยนแปลงและทำให้ฉันเริ่มที่จะรักครอบครัวมากขึ้นแคร์คนรอบข้างมากขึ้น ได้ช่วยเหลือและแบ่งปันสิ่งดีๆ ให้กับผู้คน

มีอีกอย่างที่พระเจ้าได้แสดงถึงความรักและการอัศจรรย์ในชีวิตของฉันคือ     อยากเรียนให้จบ ป.ตรี และคุณทอด์ดได้เปิดโอกาสให้ฉันเรียนต่อ และฉันได้เรียนต่อจนจบมัธยมปลายแล้วเรียนต่อปริญญาตรี และตอนนี้ฉันก็ได้เรียนจบป.ตรีแล้ว และการที่เราเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยมันเป็นอะไรที่ยากและเหนื่อยมาก ตอนนั้นคิดว่าฉันจะเรียนจบไหม ทั้งท้อทั้งเหนื่อยและการเงินด้วย หลายๆอย่างทำให้คิดเยอะ แต่ฉันมีพระเจ้า พระองค์ให้สติปัญญาและให้กำลังแก่ฉันที่จะทำให้เป้าหมายของฉันสำเร็จได้ และฉันก็ทำสำเร็จ ฉันเรียนจบแล้ว ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี ฉันได้ทำในสิ่งที่ตัวเองคิดเสมอว่าไม่เก่ง ไม่กล้า ไม่ดีพอดี ไม่คู่ควร แต่ตอนนี้พระเจ้าเปลี่ยนแปลงฉันให้มั่นใจมากขึ้น และพระเจ้าเสริมกำลังและพลังของพระองค์ผลักดันให้ฉันทำได้ในสิ่งใหม่ๆเช่นสอนเด็กๆเยาวชนและประกาศข่าวประเสริฐต่อหน้าผู้คนเยอะๆและการจัดสัมมนากลุ่มสตรี ตามชุมชนต่างๆทุกที่ที่มีโอกาส และตอนนี้ฉันได้เป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการของ เอ็มเพาเวอร์อินเตอร์เนชั่นแนล จากความรักของพระเจ้าทำให้ฉันได้เห็นถึงแผนการของพระองค์ที่พระองค์ได้วางไว้ในชีวิตของฉัน ว่าฉันจะไปทางไหนควรทำอะไร เพียงแค่ฉันเชื่อและวางใจในพระองค์ นี้คือเรื่องราวชีวิตของฉัน พระเจ้าสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตที่มีหัวใจที่เย็นชาอย่างฉันได้ พระองค์ก็สามรถที่จะเปลี่ยนชีวิตของคุณได้เช่นกัน พระเจ้าอวยพรค่ะ!

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
Untitled design-2
ทางมูลนิธิเอ็มเพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล มีโอกาสได้จัดกิจกรรมและมอบของขวัญให้กับเด็กๆในพื้นที่ห่างไกล ตามโรงเรียนในชุมชนต่างๆ และช่วงสถานการณ์ไวรัสโคโรนาเราได้มอบเจลแอลกอฮอล์ หน้ากากอนามัย
3
เนื่องจากการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ซึ่งหลายคนรู้ดีว่า การแพร่กระจายของไวรัสนี้ได้ระบาดอย่างรวดเร็วและสร้างผลกระทบไปทั่วโลก โดยทางมูลนิธิของเราได้มีการช่วยเหลือ สนับสนุน
Untitled design (6)
ทางมูลนิธิเอ็มเพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล มีโอกาสได้นำรองเท้าไปแจกให้กับเด็กๆในพื้นที่ห่างไกล ตามโรงเรียนและในชุมชนต่างๆ บ่อยครั้งที่เราพบเห็นเด็กขาดแคลนรองเท้า หรือไม่มีรองเท้าที่จะสวมใส่